13 HOUR (2016) 13 ชั่วโมง ทหารลับแห่งเบนกาซี

ผู้กำกับหนุ่มฝีมือเยี่ยมอย่าง “ไมเคิล เบย์ (Michael Bay)” หลังจากฝากผลงานไว้กับ Pearl Harbor และ Transformer ที่ในปีนี้ ก็ขอเปลี่ยนแนวจากสงครามจากหุ่นยนตร์กลาย มาเป็นบอกเล่าเรื่องราวในสมรถูมิการก่อการร้ายที่เกิดขึ้น ณ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาในเบนกาซี ประเทศลิเบีย เมื่อปี 2012 ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงครบรอบเหตุการณ์ 11 กันยายน และเป็นเหตุให้ “คริสโตเฟอร์ สตีเฟ่น” เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำลิเบีย และคณะตัวแทนทูตอีกสามคน ณ ขณะนั้น ต้องเสียชีวิต จากเหตุการณ์โจมตีนี้

ภาพยนตร์มุ่งเน้นไปที่การยกย่องวีรกรรมอันกล้าหาญของทหารกลุ่มหนึ่งที่ต่อสู้กับกองกำลังไม่ทราบฝ่ายจำนวนมากซึ่งบุกเข้าหาตลอด 13 ชั่วโมง แม้จะพอทราบเรื่องราวมาบ้างก็ยังดูสนุก ลุ้นระทึกไปกับการเอาตัวรอดของตัวละครในห้วงเวลาวิกฤติ ชอบบรรยากาศหวาดระแวงจากความวุ่นวายอลหม่านของสถานการณ์สับสนที่ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร อยู่ฝ่ายไหน มิตรหรือศัตรู หลายอย่างทำให้นึกถึง Black Hawk Down ชื่นชมความรับผิดชอบของนายทหาร 6 นายอดีตพลทหารระดับพระกาฬ ถึงจะเสียเปรียบในเรื่องจำนวนคนพวกเขาก็สู้ไม่ถอย แสดงถึงความเป็นมืออาชีพ ทั้งยังเป็นการบอกเล่าเรื่องราวผ่านมุมมองของทหารทำได้น่าสนใจในแง่ที่ภาพลักษณ์ก่อนหน้านี้พวกเขาถูกมองว่า โหดร้าย ป่าเถื่อน เลือดเย็น ใช้แต่กำลัง ซึ่งในเรื่องนี้ไม่เหมือน American Sniper ที่ตัวละครสมัครใจไปรบ ภูมิใจที่ได้รับใช้ชาติ ผิดกับ 13 Hours นาวิกโยธินหลายคนมีความจำเป็นต้องทิ้งลูกทิ้งเมียมาทำงานที่จะเรียกว่าอันตรายที่สุดในโลกก็ว่าได้ ขณะเดียวกันก็ยังส่งเสียงตัดพ้อต่อว่ารัฐบาลสหรัฐฯจากคนผู้น้อยตัวเล็กๆในกระทรวง ทั้งประเด็นสวัสดิการของเจ้าหน้าที่ผู้เสี่ยงภัย และปัญหาการออกคำสั่งในสายงานการบังคับบัญชาที่ยุ่งเหยิง ทำให้เกิดความล่าช้าในการให้ความช่วยเหลือจนนำไปสู่การสูญเสีย

หากมองดูเนื้อหาของหนังเรื่อง 13 Hours The Secret Soldiers of Benghazi จะเห็นการพูดแต่ในมุมของอเมริกันฝ่ายเดียว ชี้ให้เห็นถึงการเดินข้อผิดพลาดของรัฐบาลสหรัฐฯ กับการแทรกแซงกิจการภายในของชาติอื่น แม้แต่ในประเทศที่(อ้างว่า)เจริญกว่าใครอย่างสหรัฐฯ คำว่า วีรบุรุษ ยังคงต้องแลกมาด้วยชีวิต