Greta (2018) เกรต้า ป้า บ้า เวียร์ด

การกลับมาอีกครั้งของ นีล จอร์แดน ผู้กำกับหนังทริลเลอร์ ผู้มีผลงานหลากหลายแนว โดยหนังของเขามักมีจุดเด่นที่การพูดถึงความสัมพันธ์อันไม่ปกติ ทั้งเหล่าแวมไพร์และมนุษย์ใน Byzantium (2012) และ Interview with the Vampire (1994) หรือ ความสัมพันธ์ระหว่างกบฏแบ่งแยกดินแดนไอร์แลนด์กับทหารอังกฤษในงานสร้างชื่ออย่าง The Crying Game (1992) จนมาถึงเรื่อง Greta กับความสัมพันธ์พิเศษประหนึ่งมารดาห่วงลูกสาว ที่ได้ 2 นักแสดงมากฝีมือต่างรุ่นมาปะทะกันในภาพยนตร์ระทึกขวัญ จิตวิทยา ที่จะถ่ายทอดเรื่องราวของความสุดคลั่งที่คุณคาดเดาไม่ได้ เมื่อ ฟรานเซส (โคลอี้ เกรซ มอเรตซ์) วัยรุ่นสาวกำพร้าแม่ ได้ย้ายเข้ามาอยู่ในแมนฮัตตัน วันหนึ่งเธอเก็บกระเป๋าปริศนาที่รถไฟใต้ดินได้ แต่เมื่อเธอนำไปคืนก็พบว่าเจ้าของเป็น เกรต้า (อิซาเบลล์ อูแปร์) ม่ายสาวรุ่นใหญ่ ผู้ที่ทำให้เธอนึกถึงมารดาในอดีต แต่แล้ว ฟรานเซส ก็กลับได้ค้นพบแผนลับลมคมในและความลับของ เกรต้า ที่จะคอยคุกคามชีวิตของเธอไม่ให้รอดไปได้

เริ่มแรกของเรื่องหนังทำออกมาได้ดี โดยเฉพาะป้าเกรต้า คนนี้ ที่เล่นดีสมบทบาทมาก ทำให้เราไม่รู้ว่าป้าแกจะทำยังไงต่อไป ทั้งที่ ฟรานเซส ปฏิเสธตัดสัมพันธ์ไป แต่แล้วพอเข้าช่วงหลัง หนังกลับเปลี่ยนแนวจากสตอลเกอร์จิตป่วย กลายเป็นหนังสยองขวัญเต็มตัว ซึ่งถ้าดูความจิตของเกรต้าที่มากขึ้นเรื่อยๆ ก็เชื่อได้ว่ายังไงเรื่องก็ต้องมาลงเอยแบบนี้ แต่ด้วยการที่หนังเปลี่ยนแนวไปแบบไม่มีความสมเหตุผลหลายอย่าง เพื่อสร้างให้ป้าเกรต้าโหดขึ้น เก่งขึ้น มีความสามารถเกินตัว จนทำให้เหมือนกับอาชญากรรมเกินจริงไปบ้าง แต่ในแง่ความลุ้นระทึกมันก็สนุกดีได้ลุ้นตลอดเวลาว่าป้าแกจะทำอะไรต่อไป  จนทำให้เราเกิดคำถามว่า ป้าโรคจิตคนหนึ่ง สามารถทำอะไรมากมายขนาดนี้ได้อย่างไร?